ใครกำลังมีคำถามที่ว่า เราจะควรเปลี่ยนรถเป็นคันใหม่เมื่อไหร่ดี เมื่อเบื่อ หรือเมื่อเกิดปัญหา บทความนี้มีคำตอบนั้นมาให้แล้ว กับเช็คลิสต์ปัญหารถยนต์ที่หากคุณมีมากกว่า 3 ข้อบอกเลยว่า ซื้อรถใหม่จะเป็นการดีที่สุดนะ

เช็คลิสต์ ถึงเวลาเปลี่ยนรถคันใหม่แล้วหรือยัง ?

  • หากมีปัญหารถควันขาว ก็ควรเปลี่ยนรถใหม่ได้แล้ว ซึ่งปัญหานี้เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่หมดจด ชิ้นส่วนภายในอาจสึกหรอจนทำให้น้ำมันเครื่องหลุดเข้าไปในขั้นตอนการจุดระเบิด ทำให้อุณหภูมิการเผาไหม้ไม่ถึงจุดที่ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ เมื่อปล่อยควันออกมาเจออุณหภูมิต่ำกว่าและความชื้น  ทำให้กลายเป็นควันขาวออกมา และยังเกิดได้จากเครื่องหลวม ซึ่งหากต้องซ่อมต้องยกเครื่องใหม่เปลี่ยนทั้งลูกสูบยกชุด ค่าซ่อมต่างๆตามาอีกมากมาย หากเป็นแบบนี้บ่อยครั้งอาจส่งผลต่อเงินในกระเป๋าในอนาคตได้
  • หากมีอุบัติเหตุรถชนหนัก ก็ควรเปลี่ยนรถใหม่ได้แล้ว หากเกิดอุบัติเหตุรถชนหนัก แล้วเรานำรถไปซ่อม แม้ว่ารถจะกลับมาเหมือนเดิม ก็ยังคงมีบางส่วนที่ใช้งานได้ไม่ดีเหมือนเดิม จุดเชื่อมต่อต่างๆ อาจมีการบิดเบี้ยว ทำให้การขับขี่นั้นเปลี่ยนไป ซึ่งหากใช้รถที่มีปัญหาก็อาจส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกได้ ทางที่ดีควรเปลี่ยนรถใหม่จะดีกว่าครับ
  • หากรถเกิดสนิมบริเวณตัวถัง ก็ควรเปลี่ยนรถใหม่ได้แล้ว รถยนต์เมื่อผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานอาจเกิดสนิมได้ หรือแม้แต่รถที่เพิ่งออกมาใหม่ไม่กี่ปี หากถอยไปชนเสา มีรอยถลอก เกิดสนิมในชั้นสีนั้นยังคงทำสีใหม่ได้ แต่หากสนิมเกาะบริเวณตัวถัง จะทำให้เกิดการพุพัง กัดกร่อน อีกทั้งยังลุกลามไปยังส่วนอื่นๆได้ตลอดเวลา และส่งผลในการดูดซับและกระจายแรงกระแทกน้อยลง เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด
  • หากถึงเวลาสิ้นอายุการใช้งานรถ ก็ควรเปลี่ยนรถใหม่ได้แล้ว โดยมากแล้วรถส่วนใหญ่จะมาอายุการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ตามลักษณะการใช้งานของเจ้าของรถแต่ละคน บางคนอาจจะต้องการเปลี่ยนรถใหม่ทุก 5-7 ปี หรือบางคน อาจใช้งานรถได้ถึง 10 ปี หรือบางคนเมื่อเปลี่ยนรถใหม่ไปแล้วแต่ยังคงเก็บรถเก่าไว้ใช้งานอยู่เช่นกันกว่า 20 ปี

ทั้งนี้ เมื่อคุณซื้อรถยนต์คันใหม่อย่างน้อยๆ คุณก็ควรมีประกันรถยนต์ชั้น 3ไว้ เพราะการมีประกันรถยนต์ชั้น 3 ก็ยังครอบคลุมความเสียหายต่อตัวรถ แถมประกันรถยนต์ชั้น 3ยังครอบคลุมไปถึงชีวิตและทรัพย์สินบุคคลภายนอกอีกด้วย